จำพวกที่ 1 มีมืดมาและมืดไป

มืดมาและมืดไป เป็นลักษณะไหน คนที่เกิดขึ้นมาบางหมู่บางพวก เกิดขึ้นมาบุญน้อยพามาเกิด แล้วเกิดขึ้นมาในฐานะทุกข์ยากลำบากตรากตรำ หาเช้ากินเย็น ลักษณะรูปร่างสัณฐาน ก็ฟังแต่ว่าบุญน้อย แน่นอนต้องบกพร่อง ฉะนั้นชีวิตการเป็นอยู่เขาเกิดขึ้นมาเป็นมนุษย์ ชีวิตจะยืนยาวมากน้อยขนาดไหน ช่วงที่เขามีชีวิตอยู่นั้นน่ะ ไม่ได้นึกถึงว่าบุญเป็นยังไง บาปเป็นยังไง ดีชั่วเป็นยังไง นรกสวรรค์เป็นอย่างไร  ไม่รู้เรื่อง เมื่อไม่รู้เรื่องแน่นอนจิตใจของเขามีกิเลส  โลภ โกรธ หลง เป็นสื่อนำ กิเลสตัณหา เป็นสื่อนำก็ต้องทำในสิ่งที่ ผิดศีล ผิดธรรมผิดแม่บทกฎหมาย เมื่อทำลงไปแล้ว ชีวิตจบลงเมื่อไหร่ อันนั้นน่ะ ผลความชั่วนั้นแหละ พาเขาไปจึงได้ชื่อว่าไปมืด มามืดแล้วไปมืด อันเนี่ยพวกที่หนึ่ง

จำพวกที่ 2 มามืดไปสว่าง

คือบุญน้อยก็จริงพามาเกิด ในฐานะที่ลำบากตรากตรำยากจน แต่พอดีบังเอิญมาพบมาเจอ ผู้ที่มีความเมตตาแนะนำสั่งสอนลูกหลาน บุคคลพวกนั้นเหล่านั้นเชื่อฟัง ประพฤติตัวอยู่ในศีลธรรม แม่บทกฎหมายการทำความดีของเขาก็มีมากขึ้นเพิ่มขึ้น ไม่รู้จักการทำบุญทำทาน ก็รู้จักการทำบุญทำทาน ลักษณะนี้ชีวิตความเป็นอยู่จบลงเมื่อไหร่ เรียกว่ามามืด มืดพามาแล้วก็ไปสว่างคือผลบุญความดีนี่ ติดตนตามตัวไป ก็คือไปสู่สุคติภพ นั่นแหละ

จำพวกที่ 3 มาสว่างแล้วไปมืด

คือบุญพามาเกิด บุญมากพามาเกิด เกิดในฐานะ ที่มีฐานะค่อนข้างสมบูรณ์ ทรัพย์สินเงินทองชื่อเสียงไม่น้อยหน้าใคร อันนี้ล่ะบุญพามาเกิดในฐานะสว่าง แล้วชีวิตความเป็นอยู่ของเขา ไม่ได้ศึกษาเรื่องบุญ เรื่องบาป เรื่องดีเรื่องชั่ว เรื่องผิดเรื่องถูก ทิติมานะตรงนั้นก็เลยมืดมนอนธการทำตามกระแสของกิเลสทำตามกระแสของตัณหาของตัวเอง นึกถึงความดีไม่ได้ ตรงนี้ชีวิตความเป็นอยู่ เมื่อจบลงในช่วงชีวิตที่เขาทำแต่สิ่งที่มันเป็นทุกข์เป็นโทษ ให้กับตัวเอง เรียกว่าจบลงด้วยความมืด มาสว่างบุญพามาเกิด เกิดในฐานะที่ดีแต่ช่วงระยะเวลาของชีวิตไม่ได้ศึกษาเรื่องความดีทิติมานะมาก ทำความชั่วมากจนจบชีวิตลงก็ได้ชื่อว่าไปมืด คือผลก็คือไปอบายภูมิ ภพใดภูมิหนึ่งนั่นเอง นี่พวกที่มาสว่างไปมืด

จำพวกที่ 4 มาสว่างไปสว่าง

คือบุญพามาเกิด บุญมากพามาเกิดในฐานะ ที่มีพออยู่พอกินชื่อเสียงศักดิ์ศรีเกียรติยศ ไม่น้อยหน้าใครแล้วความดีผู้มีพระคุณ แนะนำตักเตือนบอกสอนว่า อะไรควรอะไรไม่ควร ศึกษาเพื่อเป็นประโยชน์ตนและประโยชน์ข้างหน้า ประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น โดยเฉพาะเชื่อมั่นหนักแน่น ในหลักศีลธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ได้มีโอกาสมาบวชเรียนเขียนอ่าน จากหลักพุทธธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะเรื่องศีลธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านี่เป็นแสงสว่างของจิตใจ นำจิตใจให้พ้นจากสิ่งที่เป็นทุกข์เป็นโทษเป็นพิษเป็นภัย หรือเป็นมรรคเป็นเส้นทางเข้าสู่ สุขสมบัติ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ ช่วงระยะชีวิตเขาดำเนินอยู่ในขอบเขตศิลธรรมแม่บทกฎหมาย อย่างนี้ เรียกว่าไปสว่ามาสว่างแล้วไปสว่าง

#พระธรรมเทศนา

หลวงปู่อุทัย สิริธโร

วัดเขาใหญ่เจริญธรรมญาณสัมปันโน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา