ภาพถ่าย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ กับ ในหลวงรัชกาลที่9

 

พระธรรมเทศนา

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

บรรดาพุทธบริษัทได้สมาทานพระรัตนตรัยแล้ว ต่อไปนี้ขอให้ท่านทั้งหลายจงตั้งใจสงบอารมณ์ให้เป็นสมาธิ คือในอันดับแรกขณะที่รับฟังเสียงตั้งใจฟังเสียงให้รู้เรื่องทุกถ้อยคำ การตั้งใจฟังเสียงทุกถ้อยคำแสดงว่าจิตเป็นสมาธิเพราะว่าสมาธิแปลว่าตั้งใจในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง โดยเฉพาะเวลานี้เราตั้งใจฟังเสียงถ้าหูได้ยินเสียงจิตรู้เรื่องตามก็เชื่อว่ามีอารณ์เป็นสมาธิ

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

ถ้าท่านใช้ปัญญาพิจารณาไปตามกระแสเสียงด้วยเรื่องตามถ้อยคำที่กล่าวก็ถือว่าเป็นการใช้ปัญญาในด้านวิปัสสนาญาณนี้มีความสำคัญหลังจากพูดจบแล้ว บรรดาพุทธบริษัทพยายามทรงอารมณ์ให้เป็นสมาธิโดยการกำหนดรู้ลมหายใจเข้าลมหายใจออก เวลาหายใจเข้ารู้อยู่หายใจเข้า เวลาหายใจออกรู้อยู่หายใจออก หายใจเข้ายาวหรือสั้น หายใจออกยาวหรือสั้นก็รู้อยู่อย่างนี้เรียกว่าอารมณ์เป็นสมาธิ

ถ้าใช้คำภาวนาก็ให้ใช้คำว่า พุทโธ เวลาหายใจเข้านึกว่า พุท เวลาหายใจออกนึกว่า โธ อย่างนี้อารมณ์เป็นสมาธิ ขณะใดที่รู้ลมหายใจเข้าหายใจออกรู้คำภาวนานั้นเป็นสมาธิ

สมาธิเราก็จัดไว้หลายระดับคือขณิกสมาธิ เรียกว่าสมาธิเล็กน้อย  อุปจารสมาธิ สมาธิใกล้จะถึงปฐมฌานและขึ้นไประดับปฐมฌาน ฌาณที่หนึ่ง ฌานที่สอง ฌาณที่สาม ฌาณที่สี่ นี่อารมณ์ที่เป็นสมาธิระดับใดก็ตามก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ของความดีเพราะจิตของเราตั้งอยู่ในกุศล

 

และอีกประการหนึ่งขอบรรดาท่านพุทธศาสนิกชน พยายามทรงอารมณ์จิตให้อยู่ในพรหมวิหารสี่เป็นปกติ คือว่าเราจะมีความรักในคนอื่นและสัตว์อื่นนอกจากตัวเราเสมอด้วยตัวเรา เราจะมีความสงสารเกื้อกูลเขาให้เป็นสุขตามกำลังที่เราจะพึงทำได้ เราไม่มีอารมณ์อิจฉาริษยาบุคคลอื่น เห็นใครได้ดีก็พลอยยินดีตาม ถ้าสิ่งใดเป็นเหตุเกินวิสัยด้วยอำนาจกฎแห่งกรรมและกฎของธรรมดาเกิดขึ้นเราจะไม่มีความหวั่นไหวในจิต นี้อารมณ์อย่างนี้ท่านบรรดาท่านพุทธบริษัททรงไว้ได้ ก็จัดว่าเป็นศูนย์กำลังใจที่มีความสำคัญที่สุดอันจะพึงก้าวเข้าไปสู่ความดี

ถ้าหากว่าบรรดาจิตใจของพุทธบริษัทมีสติตรงกันข้าม คิดเห็นว่าคนอื่นเป็นศัตรูสำหรับเรามีอารมณ์ปารถนาในการกลั่นแกล้งบุคคลอื่น ด้วยการเสียดสีด้วยวาจาบ้าง แสดงออกทางกายบ้างอย่างนี้เป็นต้น และมีอารมณ์อิจฉาริษยาบุคคลอื่นเมื่อเห็นเขาได้ดีอดทนอยู่ไม่ไหว เมื่อเห็นเขาได้ดีหาทางกลั่นแกล้งกล่าววาจาเสียดสีกระทบกระแทกให้เกิดความช้ำใจ อาการตรงกันข้ามกับพรหมวิหารสี่แบบนี้ เป็นปัจจัยให้ท่านทั้งหลายลงอเวจีมหานรกมันเป็นอารมณ์ชั่ว ถ้าอารมณ์ชั่วมันจับอยู่ในใจตลอดเวลามันก็เป็นอาจิณณกรรม กรรมใดที่เป็นความชั่นเป็นอาจิณณกรรม กรรมนั้นบันดาลให้เราลงอเวจีมหานรก ฉนั้นบรรดาพุทธบริษัทจงเว้นเสีย

 

เรียบเรียงโดย : นะโม ศิษย์วัดป่า

ติดตามอ่าน ธรรมะ คำสอน พ่อแม่ครูอาจารย์พระกรรมฐานสายวัดป่า ตลอด 24 ชม. ได้ที่ @ehd1733j