สำหรับวันนี้ฝ่ายพุทธบริษัทถือว่าเป็นวันพระ ซึ่งนับเนื่องมาจากโบราณกาลของชาวพุทธทั้งหลาย ได้แบ่งวันปันส่วนให้ชาวพุทธทั้งหลายเข้าสู่ธรรมะ ให้ฟังธรรมะที่วัดวาอาราม เป็นธรรมดาชาวพุทธเราทั้งหลาย ถือเป็นกาลเป็นเวลา โบราณกาลท่านจัดว่าเดือนหนึ่งเป็นวันพระอยู่ 4วันเป็นวันฆราวาส อยู่26วัน  แบ่งกันอย่างนั้น ฆราวาสได้หลายกว่ามากกว่าเดือนหนึ่ง ได้ 26 วัน พระได้ 4 วัน

หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง

ขณะนี้ยังไม่พอใจนะ ยังมาขโมยวันพระไปอีกด้วย วันพระมีอยู่ 4 วัน ให้ไป 26 วัน ยังมาขโมยวันพระไปอีก จนมาถึงบัดนี้วันพระจนจะไม่เหลืออยู่แล้ว เลยเก็บให้เป็นวันฆราวาสหมดเดือนหนึ่ง 30 วัน อันนี้รู้จักว่าเรามันข้ามเขตเข้ามาไหมล่ะ 26 วัน เรายังไม่พออีก ยังมาขโมยวันพระไปอีกด้วย

หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง

วันพระมีอยู่ 4 วัน ในเดือนหนึ่ง เราจะต้องมาอบรม สันดานของมนุษย์เราทั้งหลายพยายามอบรมอยู่เรื่อย เพราะว่าถ้าเราไม่อบรมนานๆจึงจะอบรมทีหนึ่งสมกับพระพุทธองค์ท่านตรัสว่า วันคืนมันล่วงไป ล่วงไป บัดนี้เราทำอะไรอยู่ เรามันมีแต่ความวุ่นวายมุ่งหมายแต่อย่างอื่นโดยมากไม่นึกถึงตัวไม่เห็นตัว พระองค์กลัวพวกเราทั้งหลายจะเผลอไปซะ จะไม่ลืมว่าวันคืน ล่วงไป ล่วงไป มันไม่ล่วงไปแต่วันนะ ชีวิตของเราก็ล่วงไป เฒ่าไป แก่ไป ชราไป ผลที่สุดมันก็หมด

หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี
หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง

อย่างนั้นพระพุทธเจ้าของเราท่านจึงสอนว่า วันคืนล่วงไป ล่วงไป บัดนี้เราทำอะไรกันอยู่ คือท่านกำชับให้พวกเราทั้งหลายได้พิจารณาอยู่ในปัจจุบันนั้นว่า เรามานี้เรามาจากไหน มาเพราะอะไร ใครนำมา จะมาอยู่นี้กี่ปีกี่เดือนกันรู้ไหม และออกจากนี้จะไปที่ไหนกัน เมื่อเราระลึกถึงวันคืนอยู่เช่นนี้ เราจะควรคิดอยู่อย่างนี้เรื่อยๆ เมื่อความคิดอยู่อย่างนี้สม่ำเสมอ ย่อมจะเห็นว่าชีวิตมนุษย์สัตว์ทั้งหลายเกิดมาไม่นานนัก แล้วก็แปลเป็นหนุ่ม เป็นคนเฒ่า เป็นคนแก่ เปลี่ยนไปทุกวัน ทุกวัน

หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง

ถ้าเราพยายามมุ่งพิจารณาอยู่อย่างนี้เราจะพยายามว่าทางไปทางมาของเรา เพราะว่าเรายังไม่หมดห่วงยังมีอยู่ยังมีเรื่องต่อเช่นพวกเรามาฟังธรรมในวันนี้ก็คิดว่าจะกลับบ้านอยู่ทุกคน นั่งไปนั่งไปพักหนึ่งก็คิดว่า เออ กี่โมงแล้วหนอ กลับไปบ้านทันไหมน้อ เนี่ย..มันห่วงอยู่อย่างนี้ เรานี้ก็เหมือนกันฉันนั้น

เมื่อเรามาทำมาหากินอยู่ในโลกนี้ เราก็จะรู้จักชีวิตของเราว่ามายังไง ไปยังไง มีเครื่องหมายไหมว่าเราจะอยู่กันกี่วัน กี่ปี กี่เดือน อย่างนี้ เมื่อเราระลึกเช่นนี้อยู่ เราก็จะรีบขนขวายเพื่อจะประพฤติปฏิบัติ ไอ้สิ่งอะไรที่มันไม่ดี มันไม่เป็นสาระที่ว่ามันไม่เป็นประโยชน์แก่ตน แก่บุคคลอื่น ซึ่งเรากระทำไปด้วยกายก็ดี วาจาก็ดี นึกด้วยใจก็ดี อันนั้นเราจะพยายามเขี่ยมันให้ห่างไกลจากใจเราเพื่อความสวัสดี

หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง

ถ้าหากว่าเราไม่คิดเช่นนั้นก็เรียกว่า เราไม่รู้จักว่าต้นปลาย ต้นทางอยู่ตรงไหน กลางทางอยู่ตรงไหน ปลายทางอยู่ที่ไหน เรามาแต่ที่ไหนแล้วก็อยู่ไปกี่ปี กี่เดือน แล้วไปที่ไหน ใครเป็นคนนำไป เราจะไม่รู้เรื่อง ทีนี้ก็อยู่ไปโดยที่ว่าไม่มีสาระอะไรในจิตใจของเราอย่างนั้น นี่มันก็คล้ายๆว่าไม่มีกาลไม่มีเวลา

หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง

วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี

เรียบเรียงโดย : นะโม ศิษย์วัดป่า

ติดตามอ่าน ธรรมะ คำสอน พ่อแม่ครูอาจารย์พระกรรมฐานสายวัดป่า ตลอด 24 ชม. ได้ที่ @ehd1733j