พวกเราก็ต้องสนใจคำสอนของพระพุทธเจ้าที่พระองค์ทรงตรัสไว้ คำสอนเป็นอย่างนี้ท่านจึงให้ศึกษา การที่พวกเราศึกษาก็เหมือนพวกเราแสวงหาสติปัญญาแสวงหาสิ่งที่มันสว่างไสวเราอยู่ในที่มืด เหมือนไฟฟ้าไฟฉายเหมือนประทีปดวงไฟประทีปดวงไฟก็ดี เมื่อจุดดอกหนึ่งมันก็ไม่สว่างเท่าไหร่ เมื่อจุด สองดอก สามดอก ขึ้นไปเปิดมาเท่าไหร่มีแรงเทียนมากเท่าไหร่ก็มีแสงสว่างมากขึ้นเท่านั้น

เหมือนพวกเราพากันฝึกฝนอบรมจิตใจนี่แหละมันสงบมากเท่าไหร่เราก็ใช้พินิจพิจารณาตรวจตราดูก็เกิดสติปัญญามากขึ้น ฝึกฝนอบรมเท่าไหร่ก็ยิ่งมีสติปัญญามากขึ้นถึงจะเข้าใจมากขึ้นชัดเจนแจ่มแจ้งมากขึ้น ว่าอะไรทำให้เกิดทุกข์ สมุทัยทำให้เกิดทุกข์เราก็จะดูรากเหง้าเค้ามูลที่ทำให้เกิดทุกข์คือการเวียนว่ายตๅยเกิดเรามาเกิดอีกชาติหน้าเราก็ต้องทุกข์อยู่อย่างนี้แหละ เกิดไปเท่าไหร่ชาติเราก็จะทุกข์ไปอย่างนี้แหละเพราะเรายังไม่พ้นทุกข์

นี่แหละที่พวกเรากำลังวกวนอยู่ เรายังปฏิบัติไม่ถึงขั้นพระโสดาบันบุคคลเราก็เดินทางไม่ถูกเราก็มืดอยู่ พระโสดาบันบุคคลเป็นเสขบุคล พระผู้บรรลุอรหันต์ก็เป็นอเสขบุคคล พวกเรานี้ยังไม่เป็นทั้งเสขะและอเสขะ มันกำลังปฏิบัติอยู่กำลังฝึกฝนอบรมอยู่ ยังไม่รู้หนทางที่ตนเองจะไปถูกหรือผิดก็ต้องขยันหมั่นเพียรในการประพฤติปฏิบัติของตน

เพื่อจะให้เข้าใจยังไงยังไงเราก็เกิดขึ้นมาเราต้องตๅยแน่นอน เมื่อเกิดขึ้นมาตๅยแน่นอน เราก็ต้องรีบขนขวายสร้างคุณงามความดี เมื่อโลกมีคนเกิดขึ้นมาแล้วก็ตๅยแน่นอนอยู่แล้วไปไหนไม่ได้เป็นเด็ดขาดไปอยู่ที่ไหนก็ต้องตๅยในโลกนี้ ให้ใจของเราเชื่อมั่นลงไปว่าเป็นอย่างนั้นจริงไหมสัจธรรมเกิดแล้วตๅยจริงไหมศึกษาแล้วอะไรทุกอย่างอยู่ในโลกนี้ขนขวายเอาไปด้วยได้ไหม เอาไปด้วยได้สักอย่างบ้างไหมสิ่งที่เราพากันติดอยู่นี่ละเราติดกันหมด

ไม่เหมือนพระอริยเจ้าพวกเราเพราะยังไม่ฉลาด พระอริยเจ้าท่านรู้แจ้งเห็นจริงแล้วท่านเห็นสัจธรรมของจริงแล้ว ท่านก็ละปล่อยวางได้หมด พวกเรานี้มันละมันปล่อยมันวางไม่ได้

เมื่อละปล่อยวางไม่ได้เราก็ต้องกำไฟอยู่ พวกเรายึดเอาความร้อนอยู่ยึดเอาผูกพันตนเองอยู่ จิตใจของพวกเรามันวกวนอยู่ มันดื่มด่ำอยู่มันมืดมนอนธการมันมืดมัวอยู่ มันไม่สว่างไสว สิ่งที่ทำให้จิตใจของพวกเรามืดมนนั่นคือสมุทัยคือกิเลสนั่นเอง เป็นธุลีเป็นของสกปรก แปดเปื้อนจิตใจของพวกเราทำให้เรามีทั้งทุกข์ทั้งสุขทั้งร้อนทั้งหนาวทั้งวุ่นวายอยู่ทุกวันนี้

ถอดจากเทปพระธรรมเทศนา

หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป วัดอรัญญวิเวก จ.เชียงใหม่

เรียบเรียงโดย : นะโม ศิษย์วัดป่า