องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสแนวทางหลักของพระพุทธศาสนา รวมข้อความสั้นๆว่า 

๑. เราเป็นคนไม่ถือตนไม่ถือตัว

๒.ไม่ยุ่งกับกิริยาของบุคคลอื่น ใจของเราต้องไม่มองคนอื่นเขาจะดีเขาจะเลวมันเป็นเรื่องของเขา ปล่อยเขาเราอย่าเอาใจเข้าไปยุ่งหันเข้ามาปรับปรุงเฉพาะใจของเราโดยเฉพาะโดยย่อ

แล้วก็ประการต่อไป ไม่มีการโอ้อวด

องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณใต้ต้นโพธิ์
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

รวมความว่าพระพุทธเจ้าตัดเป็นสุภาษิตต่อท้ายว่า จงพยายามกล่าวโทษโจทย์ความผิดของตัวเองไว้เสมอ นั่นหมายความว่า เรื่องของคนอื่นช่างเขา อย่าไปยุ่งถ้าเราเอาใจไปสนใจคนอื่น มันก็เสียเวลากับการสนใจตนเอง วันเวลาผ่านไปชีวิตของเราก็ผ่านไปด้วย ไม่ได้หยุดยั้งอยู่ ความตๅยคืบคลานเข้ามาทุกขณะจิต ถ้าเราเอาใจไปยุ่งกับเรื่องของชาวบ้านเราเองจะลงนรก เพราะไม่ได้สะสางความชั่วของจิต ไม่สั่งสมความดีของจิตให้เกิดขึ้นนี่เป็นอันดับแรก 

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

อันดับแรกก็คือจะต้องไม่มีมานะถือตนถือตัว

๒. ไม่สนใจในกิริยาของบุคคลอื่น

๓. ไม่มีการโอ้อวดนี้โดยย่อนะ

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

เมื่อจิตทรงอารมณ์อย่างนี้ได้แล้ว หลังจากนั้นเราต้องเป็นคนไม่มีกังวล คำว่ากังวลคือเป็นคนไม่มีห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเราเกิดมา มีพ่อมีแม่ มีพี่มีน้อง มีสามี มีภรรยา มีพรรคพวกพ้องมันก็ต้องมีห่วง แต่ว่าถ้าจิตเรายังไม่ถึงอรหัตผลได้ การห่วงตามหน้าที่ย่อมมีอยู่ แต่ว่าเวลาเราจะทำจิตให้บริสุทธิ์ เวลานั้นเราต้องการภาวนา เราต้องการพิจารณา ต้องการชำระสะสางความชั่วของจิตคือกิเลส เวลานั้นต้องไม่มีห่วงเฉพาะเวลา วาระละ ๑๐ นาทีบ้าง ๕ นาทีบ้าง ครึ่งชั่วโมงบ้าง ๑ ชั่วโมง บ้างก็ตาม 

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

รวมความว่าเวลาที่เราจะภาวนา หรือวิปัสสนาญาณ เวลานั้นเราจะต้องตัดความห่วงให้หมด แม้แต่ร่างกายของเราเองก็จะต้องไม่ห่วงในเวลานั้น ต้องดูตัวอย่างขององค์สมเด็จพระภควันต์ วันที่พระองค์จะบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ ก่อนหน้านั้นองค์สมเด็จพระพิชิตมารปฏิบัติตามแบบของพราหมณ์คือห่วงกายอยู่ตลอดเวลา ๖ ปี สมเด็จพระชินสีห์ก็ไม่มีโอกาสจะบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระอรหันต์ 

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

ต่อมาในวันสุดท้ายสมเด็จพระภควันต์ การบรรลุมรรคผลต้องเป็นเรื่องทางใจ ฉะนั้นวันนั้นองค์สมเด็จพระจอมไตรจึงนั่งอยู่บนโคนต้นโพธิ์ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีหญ้าคาเป็นอาสนะที่นั่ง สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตัดสินพระทัย ถ้าเราไม่บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ คือเป็นพระอรหันต์เพียงใด เลือดและเนื้อจะเหือดแห้งไปก็ตามที ชีวิตอินทรีย์จะตัดสัยก็ตาม เราจะไม่ยอมลุกจากที่นี้เป็นอันขาด และก็วันนั้นเององค์สมเด็จพระบรมโลกนาถ ไม่ห่วงแม้แต่ชีวิตร่างกาย องค์สมเด็จพระจอมไตรได้ บุพเพนิวาสานุสสติญาณ คือระลึกชาติได้ ยามที่ ๒ ได้จตูปปาตาญาณ คือทิพจักขุญาณ สามารถรู้การตๅยและการเกิดของสัตว์ ทุกคนก่อนจะมาเกิดมาจากไหน ตๅยแล้วไปจากไหน  ยามที่ ๓ องค์สมเด็จพระจอมไตร เกิดปัญญารู้เข้าใจอริยสัจเกิดขึ้นมายังไง หลังจากนั้นองค์สมเด็จพระจอมไตรพิจารณาอริยสัจ๔ ก็บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ 

นี่วิธีการปฏิบัติเพื่อบรรลุมรรคผล ต้องดูตัวอย่างของพระพุทธเจ้า เวลาที่เราจะเริ่มภาวนาและพิจารณาจะต้องไม่มีห่วงอะไรทั้งหมด ห่วงคนที่บ้านห่วงทรัพย์สินที่บ้าน ห่วงแม้แต่ตัวเราจะต้องไม่ห่วงในเวลานั้น 

กดที่นี่เพื่อรับฟังพระธรรมเทศนา

พระราชพรหมยาน

หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง

เรียบเรียงโดย :นะโม ศิษย์วัดป่า