สรุปแล้วเราอยู่กับโลกของเรานี้ เราต้องศึกษาให้เข้าใจถี่ถ้วน เพื่อจะได้วางใจว่าเป็นอย่างนี้เองโลกสมมุติทั้งหลายเกิดขึ้น กิเลสก็ต้องเป็นสมมุติเหมือนกัน จิตใจก็เป็นสมมุติเหมือนกัน รูปร่างกายก็เป็นสมมุติ เมื่อรวบรวมเรื่องสมมุติเราจะเรียนรู้เรื่องสมมุติให้เข้าใจแจ่มแจ้งชัด เราจึงจะลบสมมุติได้

หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

มันเป็นวัตถุธาตุอะไรที่สมมุติขึ้นมา ทำให้ใจของเรานี้หลงใหลอยู่ เหมือนสมมุติว่าคนพวกเรานี่แหละ สมมุติว่าเป็นตัวเราตัวเรา เขาสมมุติให้  ทีนี่ตัวเราๆจริงๆมันคืออะไร เราหาตัวเราเพื่อจะให้มันเจอมันพบ หาอยู่ที่ไหนมันพบมันเห็นว่าคืออะไร 

หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

ท่านว่าให้หาที่จิตใจ ว่าตัวเราอยู่ที่ไหนหาที่จิตใจ ไม่ต้องหาที่ตัวให้ ให้หาที่จิตใจ ตัวเรานั้นคือใคร คืออะไร เป็นธาตุอะไร เป็นสัตว์อะไรบ้าง

หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

นี่เราค้นคว้าอย่างนี้เพื่อจะทำให้จิตใจของเรานี้ว่า เอ้..  ตัวเรา ว่าเรา ว่าเรานี่มันอยู่ที่จิตใจ ถ้าตัวเขาก็อยู่ที่จิตใจ ความเศร้าหมองความทุกข์ก็ยังไปอยู่ที่จิตใจหมด จิตใจกอบโกยเอา ใจมันหลง

ทีนี้เราพากันมาศึกษาเพื่อจะให้จิตใจของเราฉลาดเท่านั้นแหละ  หลักปฏิบัติให้จิตใจของเรามีสติปัญญา มีความเฉลียวฉลาด เหมือนบุคคลที่ฉลาดที่อยู่ในบ้านของตนเอง ว่าบ้านของเราของเราของคนนั้นคนนี้

เมื่อเจ้าของบ้านฉลาดแล้วว่า เออ.. บ้านนี้มันเป็นอะไรบ้าง บ้านนี้มันสร้างด้วยอะไร มันทำอะไรเกิดขึ้นมันจึงเรียกว่าบ้าน มันอยู่ตรงนี้แล้วมันอยู่ไปมันค่ำค่า มันชำรุดทรุดโทรมมันหลังคารั่วก็ดี เสามันไม่ดีก็ดี ห้องน้ำอะไรมันสกปรก อะไรต่างๆมันหาย มันพังอะไรประตูหน้าต่างอะไร เราต้องศึกษาบ้านของเราว่าเออ.. บ้านมันก็เป็นอย่างนี้แหละ 

หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

เมื่อมันเก่ามันค่ำค่ามันชำรุดทรุดโทรม ถ้าเราไม่ศึกษาเราก็ไปหงุดหงิด ไปโกรธไปเกลียด บางคนนั้นคนที่มันหลงใหลมาก อาจจะไปเปิดประตูหน้าต่างโดนหน้าผากเจ้าของเจ็บ เลยเอามีดไปฟันเอาค้อนไปตีประตูหน้าต่างนั้น ตกบันไดก็จะไปทุบบันได ชนลูกกรงก็จะไปตีลูกกรงหัก มันหลงไหลถึงขนาดนั้นล่ะคนบางคน ผู้เทศน์นี้เคยเห็น

หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

เราต้องพยายามศึกษาคนเราอยู่ด้วยกันมันเป็นอย่างนี้ มันเป็นอย่างนี้แหละ เราก็ศึกษาได้เข้าใจได้ก็จะรู้จักละ ปล่อยวางได้

หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

ฉันใดก็ดีวกเข้ามาดูรูปร่างกายของพวกเรา เมื่อเรามาดูแล้วที่เราปราถนามันตกอยู่ในไตรลักษณ์ ถ้าเราไม่ศึกษาเราก็ไม่รู้คำว่าไตรลักษณ์ คือความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา นั้นเอง

กดที่นี่เพื่อรับฟังพระธรรมเทศนา

ถอดจากเทปพระธรรมเทศนา

หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

วัดอรัญญวิเวก จ.เชียงใหม่

โดย : นะโม ศิษย์วัดป่า