เรื่องธรรมของพระพุทธเจ้านี้ ก็ไม่มีอะไรที่เป็นข้าศึกของธรรมอยู่เวลานี้ ก็คือกิเลส ก็บอกแล้ว กิเลสกับธรรมเป็นข้าศึกกันตลอดมา ๆ และจะตลอดไป จึงต้องมีศาสดามาตรัสรู้ ถ้าไม่มีศาสดาตรัสรู้แล้ว ธรรมก็ถูกเหยียบย่ำอยู่ตลอดเวลาจากกิเลส ถ้ามีธรรมขึ้นมาก็เปิดออก ๆ เป็นทางเดินพ้นทุกข์ไปเรื่อย ๆ เรื่องธรรมนี่มีมาตั้งกัปตั้งกัลป์เช่นเดียวกับกิเลส มีมาด้วยกัน ไม่มีใครยิ่งใครหย่อนกว่าใคร แล้วกิเลสก็เป็นข้าศึกต่อธรรมมาตลอด แล้วธรรมก็เป็นเครื่องปราบกิเลสมาตลอด

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงมาตรัสรู้เป็นครั้งเป็นคราว เพื่อให้ได้ธรรมขึ้นมาชะล้างกิเลสหรือปราบกิเลสให้สัตว์ทั้งหลาย ถ้าไม่มีผู้คิดค้นขึ้นมาได้ ธรรมก็มีแต่ไม่เกิดประโยชน์ ไม่มีผู้นำมาใช้ก็ไม่เกิดประโยชน์แหละ จึงต้องมีพระพุทธเจ้าตรัสรู้ ตรัสรู้ก็คือตรัสรู้ธรรม นำธรรมขึ้นมาชำระล้างสัตว์ทั้งหลาย เปิดหูเปิดตาสัตว์ให้รู้บาปบุญคุณโทษทั้งหลายซึ่งมีอยู่ดั้งเดิม แต่ก่อนนั้นไม่รู้ แล้วเปิดทางให้รู้ให้เห็นสิ่งที่มีอยู่นี้ นี่เห็นไหม ๆ พระพุทธเจ้าทรงเห็นแล้วจึงนำมาประกาศสอน ว่านี้เห็นไหม ๆ

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

มีผู้ปฏิบัติอยู่เมื่อไรก็เหมือนกับมีผู้ขวนขวายหาทรัพย์สมบัตินั่นแหละ ทรัพย์สมบัติต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่เต็มโลกนี้ ใครมีความขยันหมั่นเพียรในแง่ใดทางใด ก็ได้ทรัพย์สมบัติในแง่นั้นทางนั้นขึ้นมา ๆ เพราะเป็นของมีอยู่ หาเงินได้เงิน หาทองได้ทอง หาวัตถุสิ่งของก็ได้ เพราะมันมีอยู่ ไม่ใช่หาของไม่มีซึ่งหาจนวันตายก็ไม่เจอ ถ้าหาของไม่มี แต่นี้ธรรมมีอยู่ กิเลสมีอยู่มาตั้งกัปตั้งกัลป์ สิ่งที่เป็นข้าศึกก็เป็นข้าศึกตลอดมา สิ่งที่เป็นคุณก็เป็นคุณตลอดมา และปราบกิเลสได้ตลอดมา ใครจะหยิบยกหรือจะนำมาใช้ในทางใด หรือหมุนไปทางไหนมันก็เป็นไปทางนั้น หมุนทางกิเลส คนทั้งคนก็กลายเป็นเปรตเป็นผีไปได้ ถ้าหมุนทางกิเลสนะ เป็นสัตว์ไปได้ทั้ง ๆ ที่ไม่มีหางนะคนเรานี้

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

จิตใจนั้นละเป็นสัตว์ เป็นเทวบุตรเทวดาอินทร์พรหม จนกระทั่งถึงธรรมธาตุ เป็นได้จากจิตดวงนี้ ลงนรกอเวจีเป็นได้ เพราะเจ้าของเสาะแสวงหาเอง แสวงทางชั่วเป็นชั่ว ก็ปกคลุมเจ้าของเป็นภัยต่อเจ้าของ แสวงหาความดีก็เป็นคุณแก่เจ้าของ อันใดชั่วเป็นภัยต่อเจ้าของอย่างนี้ตลอดมาและจะตลอดไป ใครจะว่ามรรคผลนิพพานไม่มี ๆ ก็มีแต่กิเลสมันปิดเอาไว้ เพื่อเปิดทางเดินของมันให้สัตว์ ลากสัตว์ทั้งหลายลงไปเท่านั้นเอง จะเป็นอื่นเป็นไรไป กิเลสเป็นอย่างนี้ทั้งนั้น