วันนี้พี่น้องชาวพุทธเรากรุณาทราบทั่วถึงกัน เป็นวันถึงใจของชาวพุทธเรานะ วันประสูติ คือพระพุทธเจ้าท่านผู้วิเศษเลิศเลอโลกได้ประสูติในวันนี้ จากนั้นก็เป็นวันตรัสรู้ก็คือวันนี้เอง ตรัสรู้ธรรมกระจายทั่วแดนโลกธาตุ คือวันวิสาขบูชานี้ละ จากนั้นก็เป็นวันปรินิพพาน คือพระพุทธเจ้าจะปรินิพพานในวันนี้ ตรงกับวันวิสาขะวันเดียวกันนี้ เรามีโอกาสวันนี้ งานการใดๆ ที่เคยหมุนตัวเป็นเกลียวมาตลอด วันนี้เป็นวันว่างสำหรับหัวใจเราที่จะน้อมนึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ทั้งวันประสูติ วันตรัสรู้ วันปรินิพพานในวันเดียวกัน เป็นโอกาสอันดีงามที่พวกเราทั้งหลาย จะได้นึกน้อมถึงท่านที่วิเศษเลิศเลอ ในสามแดนโลกธาตุนี้คือศาสดาองค์เอกเป็นผู้เลิศเลอครอบโลกธาตุทั้งหมด ประสูติวันเช่นนี้ ตรัสรู้วันเช่นนี้ ปรินิพพานวันเช่นนี้ จึงเป็นที่กราบไหว้บูชาระลึกถึงคุณของท่านมาเป็นวันวิสาขบูชาวันนี้

เราทั้งหลายได้ละโอกาสทุกอย่าง โอกาสก็ไม่ใช่โอกาสอะไรแหละ โอกาสเรื่องยุ่งเหยิงวุ่นวาย กิเลสตัณหามันฉุดมันลากไปทุกแห่งทุกหนไม่มีสถานีที่จอดแวะ ไปที่ไหนมันลากมันเข็นไป โลกนี้เป็นโลกที่รุ่มร้อนมากที่สุด ก็คือโลกกิเลสตัณหา โลกวุ่นวายนี้เอง วันนี้ทำจิตใจให้ว่าง ว่างการว่างงาน เสียสละทำบุญให้ทาน ฟังอรรถฟังธรรมนึกน้อมเข้าสู่ใจ ให้ใจได้รับความสงบร่มเย็นจากอรรถจากธรรม อันเรื่องจากกิเลสมันไม่มีทางที่จะทำโลกให้สงบร่มเย็นเพราะกิเลสไม่มี ไม่ว่าโลกไหนๆ เป็นโลกที่รุ่มร้อนเพราะกิเลสทั้งนั้น ถ้าธรรมไม่ได้เข้าแทรกตรงไหน โลกนั้นหาความหมายไม่ได้เลย

อย่าหนีจากธรรม
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

เมืองไทยเรานี้เป็นเมืองพุทธศาสนา ควรจะเป็นเมืองที่มีความสงบร่มเย็นเป็นบางกาลบางเวลา เช่นวันเช่นนี้เป็นวันวิสาขบูชา ให้พากันระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ได้ทั้งวันยิ่งดีวันนี้นะ เราระลึกถึงอย่างอื่นมาตั้งแต่วันเกิดจนกระทั่งป่านนี้ ไม่มีเวล่ำเวลาที่จะมาระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ พอเป็นชิ้นเป็นอันบ้างเลย แต่วันนี้เราได้มาระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ด้วยจิตใจ พร้อมกับการทำบุญให้ทานของเราเพื่อบูชาคุณท่าน ฟังธรรมแล้วก็ให้น้อมนึกเข้าไปสู่จิตใจ นำธรรมนี้ไปเป็นคติเครื่องเตือนใจของเรา

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ให้มีวรรคมีตอนมีขอบมีเขตมีฝั่งมีฝานะมนุษย์เรา ถ้าเป็นชาวพุทธควรจะมีขื่อมีแปมีขอบมีเขต อย่าเตลิดเปิดเปิงจนตายไม่มีป่าช้า อย่างนั้นเป็นเรื่องสัตว์ไม่มีความหมายตายกัน มนุษย์เราเป็นลูกชาวพุทธเป็นผู้มีความหมาย ตายมีป่าช้า ก่อนจะตายให้ได้สร้างคุณงามความดีไว้เต็มเนื้อเต็มตัวเต็มหัวใจเรา ตายที่ไหนเวลาใดก็ตามเป็นความสงบร่มเย็นทั้งนั้นถ้าบุญเข้าสู่ใจ แต่ถ้าบาปเข้าสู่ใจ ตายเวลาไหนจะไร้ค่าตลอดเวลา แม้มีชีวิตอยู่ก็มีแต่ลมหายใจ คนหมดคุณค่าโดยประการทั้งปวงแล้ว

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ผู้มีคุณธรรมภายในใจอยู่ก็มีคุณค่า ตายก็มีคุณค่า สถานที่อยู่ของคนบุญเป็นสถานที่ดีงาม เช่นอย่างสวรรค์ พรหมโลก นิพพาน นี่เป็นสถานที่อยู่ของคนมีคุณงามความดี ตามอำนาจแห่งบุญแห่งกรรมของตนที่สร้างไว้มากน้อย ไปเกิดตามสถานที่นั้นๆ ตามอำนาจแห่งบุญกรรมของตน ผู้ที่มีบุญวาสนามาก สร้างโพธิสมภารเต็มหัวใจแล้วก็เข้าสู่นิพพาน สถานที่ร่มเย็นเป็นสุข สำหรับผู้สร้างบุญสร้างกุศลจะไปสถานที่เหล่านี้แล แต่สำหรับผู้สร้างบาปสร้างกรรมทางต่ำ จะลงตั้งแต่สัตว์เดรัจฉาน พวกเปรตพวกผี ลงไปนรกอเวจี นี่เป็นสถานที่ไป ที่อยู่และที่เสวยของสัตว์ผู้ทำบาปหาบกรรม ผู้ไม่เชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นคำสอนที่ถูกต้องแม่นยำ ไม่มีใครเสมอคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ท่านเรียกว่าสวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบแล้ว คือชอบทุกแง่ทุกมุม ว่าบาปมีมีจริงๆ ใครจะค้านก็ค้านไปสักเท่าไรไม่มีความหมาย บุญมีจริงๆ นรกสวรรค์มีจริงๆ นี่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ด้วย ไม่ใช่เพียงพระองค์เดียวของเรานี้เท่านั้น