อย่าเข้าใจว่าจะได้เกิดเป็นมนุษย์ตลอดไป
อย่าเข้าใจว่าจะได้เกิดเป็นมนุษย์ตลอดไป

วัดนี้เข้มงวดกวดขันในการภาวนา เราไม่ไปแตะเรื่องการภาวนา ให้งานของท่านเสียไปไม่ให้มี วัดนี้จึงไม่ให้มีงาน ให้มีแต่เดินจงกรมนั่งสมาธิภาวนา เราไม่ไปยุ่ง เรื่องของเราเป็นเรื่องของเราไป ส่วนงานภาวนาของพระไม่ให้บกพร่องนะ ทำอย่างนี้เป็นประจำ เราอยากเห็นผู้ภาวนาจิตใจสว่างกระจ่างกระจ่างแจ้งออกมาด้วยจิตตภาวนา มันเห็นได้ชัดมากทีเดียวนะจิตตภาวนา จิตใจที่มันหมอบนี้มันเบิกกว้างออกๆ จนจ้าไปหมดเลย ตีกิเลสออกๆ ด้วยจิตตภาวนา ต่อจากนั้นมันก็จ้าไปเลย

อย่าเข้าใจว่าจะได้เกิดเป็นมนุษย์ตลอดไป
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

พูดอย่างนี้พูดถอดออกมาจากหัวใจมาพูดนี่นะ ไม่ได้พูดแบบโม้แบบคุยเฉยๆ ขึ้นไปนั่งน้ำตาร่วงบนภูเขาเคยพูดไม่รู้กี่ครั้งลืมเมื่อไร ความเคียดแค้นให้กิเลสในตัวเองเคียดแค้นถึงขนาดเชียว เอาละมึงเอากูขนาดนี้เชียวเหรอ น้ำตาร่วง เหอ มึงเอากูขนาดนี้เชียวเหรออยู่ภายในใจนะ เอาละอย่างไรมึงต้องพังวันหนึ่ง ให้กูถอยกูไม่ถอย  นั่นเอาแล้วนะ คือผูกโกรธผูกแค้นให้กิเลสที่อยู่หัวใจเรา

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

มันก็เอาจริงๆ ด้วยนะ ฟัดเสียจนกระทั่งบางทีขึ้น เหอ ไม่ใช่เป็นพระอรหันต์น้อยขึ้นมาแล้วหรือ กิเลสหมอบหมด เงียบ มันไม่หมด แต่มันละเอียดมาก เงียบไปเลย เหอ ไม่ใช่เป็นพระอรหันต์น้อยขึ้นมาแล้วเหรอ แต่ไม่สำคัญเท่านั้นเอง ว่าเฉยๆ ยังไม่สำคัญว่าสำเร็จ พอตีเข้าๆ ละเอียดขนาดไหนกวาดหาจนเรียบ แล้วก็ตัดสินขึ้นมาผางเลย อรหันต์น้อยอรหันต์ใหญ่หายหมด เวลาได้ตัดสินใหญ่ขึ้นมาเป็นสนฺทิฏฺฐิโก กวาดโลกธาตุแห่งวัฏวนออกหมดจากหัวใจเป็นวิวัฏฏะ นิพพานทั้งเป็น ทีนี้ไม่ถามถึงพระอรหันต์น้อยอรหันต์ใหญ่ไม่ถาม

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

นั่นการปฏิบัติธรรม ถ้าเอาจริงเอาจัง ธรรมสวากขาตธรรมตรัสไว้ชอบ เป็นทางเดินที่ชอบแล้วเพื่อมรรคผลนิพพาน ขอให้เดินตามนั้นไม่เป็นอื่น เดินตามนั้นถึงตามนั้น เดี๋ยวนี้เรื่องการภาวนาจะไม่มีเหลือในแดนชาวพุทธเราแล้วนะ อย่าว่าที่อื่นที่ใดเลย พระก็หยิ่งเจ้าของ เอาผ้ามาคลุมหัวโล้นแล้วก็หยิ่งเจ้าของ ไปที่ไหนเขาว่าเป็นพระเขาไม่อยากแตะเขากลัวบาป แต่พระเองไม่กลัวบาปนะ หน้าด้านที่สุดก็พระเรา ตัวหน้าด้าน ผู้ดีเราไม่ว่านะ ผู้ที่มันหน้าด้านมี

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

พระว่าพระมันว่าได้เต็มปากนี่วะ มันผ่านมาด้วยกันเห็นกันอยู่ หลักธรรมวินัยเรียนมาด้วยกัน ผิดถูกประการใดรู้กันทันทีๆ จะพูดไม่ได้ยังไง ศาสนาก็จะเหลือแต่วัดแต่วา วัดวาก็เลยกลายเป็นส้วมเป็นถาน ในส้วมในถานคืออะไร คือมูตรคือคูถ พระปฏิบัติตัวเหลวแหลกแหวกแนว ไม่มีธรรมมีวินัยติดตัวในวัดในพระเลย วัดก็เลยกลายเป็นส้วมเป็นถาน พระก็เลยกลายเป็นมูตรเป็นคูถอยู่ในวัดหนึ่งๆ เป็นไปแล้วเดี๋ยวนี้ เราเห็นปั๊บแล้วว่าวัดๆ เหรอ นั่นละคือส้วมว่างี้ไม่ผิด นั่นละคือส้วม มองเข้าไปในส้วมนั้นคือมูตรคือคูถ นั่น มันปฏิบัติตัวเหลวแหลก จิตใจต่ำทรามเสียอย่างเดียวเลวหมดนะ ถ้าจิตใจสูงจิตใจเด็ดเดี่ยวทางธรรมนี้อยู่ที่ไหนก็จ้าอยู่อย่างนั้น จิตใจต่ำเสียอย่างเดียวไม่มีความหมายมนุษย์เรา