มีประจำลัทธินั้นลัทธินี้ ศาสนานั้นศาสนานี้ ไม่ใช่มีแต่เมืองไทยเราปัจจุบันนี้ มีมาแต่ครั้งพุทธกาล ครั้งไหนๆ ก็มีมาอย่างนั้น เพราะคนดีคนชั่ว คนเห็นผิดเห็นถูกมาตลอด สัตว์โลกเป็นอย่างนั้น เอาศาสนาว่าเป็นใหญ่เป็นโตไปบีบบังคับคนอื่นเขามันก็เป็นข้าศึก ศาสนานั้นก็เป็นศาสนามหาภัยไป คือไปบีบบังคับคนอื่นให้เขานับถือ ให้เขาปฏิบัติตาม ขัด เขานับถือเขารักเขาชอบใจเขานับถือของเขาเอง เป็นหลักธรรมชาติของใครของเรา ลูกของใคร พ่อของใคร แม่ของใคร ผัวของใคร เมียของใคร เขารักของเขาเองชอบของเขาเอง พ่อใครแม่ใครเขานับถือของเขาเอง

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ลูกเกิดมาแต่ละคนมีพ่อมีแม่ พ่อแม่ของเขาจะทุกข์จะจนข้นแค้นขนาดไหน เป็นเศรษฐีกุฎุมพี เขายอมรับว่าเป็นพ่อเป็นแม่ตลอด เขาไม่ได้ถือความมั่งมีดีเด่นหรือทุกข์จนอะไร พอที่จะแยกจากความเป็นพ่อเป็นแม่ไป จะทุกข์จะจนก็พ่อแม่ของเขา จะมั่งจะมีก็พ่อแม่ของเขา เด็กยอมรับ ฝังใจ แยกไม่ออก นี่ศาสนาแต่ละศาสนาใครก็รักศาสนาของใคร เท่ากับพ่อแม่ของใครๆ ก็ให้นับถือกันไปซิ จะไปแยกลูกจากพ่อ ลูกจากแม่ไปได้ยังไง พ่อของเขาแม่ของเขา ทุกข์จนหนโลกก็เป็นพ่อเป็นแม่ของเขาจะแยกเขาไปไหน จะเปลี่ยนพ่อเปลี่ยนแม่ให้เขาได้ยังไง เปลี่ยนพ่อเปลี่ยนแม่มีไหม ฟังซิ

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ที่ศาสนาไหนเป็นศาสนาใหญ่ๆ บ้าง แล้วเอาอำนาจของความเป็นใหญ่เป็นโตไปบีบบังคับเขา เหมือนว่าเศรษฐี หรืออำนาจมากอย่างนี้นะ ไปบีบบังคับคนจนทั้งหลายอย่างนี้ไม่ถูก ให้เขามานับถือศาสนาตน ศาสนาแต่ละศาสนาเป็นพ่อเป็นแม่ของผู้นับถือ ผู้นับถือทั้งหลายเป็นลูกของศาสนานั้นๆ เท่ากับเราเป็นพ่อเป็นแม่ของเด็ก เด็กกี่คนก็เป็นเด็กของเรา และเด็กกี่คนเขาก็นับถือว่าเราเป็นพ่อเป็นแม่ตลอดแยกไม่ออก เรื่องของศาสนาต้องให้เป็นอย่างนั้นถึงถูก

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ถ้าเป็นความสมัครใจเขามานับถือเองเป็นเรื่องอันหนึ่งต่างหาก เพราะเรื่องศาสนาพื้นเพเป็นมาอย่างนั้น แต่ใครจะแยกแยะโดยเหตุโดยผลว่าศาสนาใดผิดศาสนาใดถูก เพราะศาสนานี้เป็นกลางๆ ใครจะแยกแยะยังไงก็พิจารณาเหตุผล ใครเห็นว่าศาสนาไหนดีถูกต้องเขาก็นับถือๆ เป็นความลงใจของเขาเอง ไม่ใช่จะหาเที่ยวบีบบังคับกันไปหมดด้วยอำนาจบาตรหลวงของตัว ใช้ไม่ได้เลย เขาเรียกศาสนามหาภัย