ตายไปแล้ว 7 วัน จะได้ไปเกิดแล้วหรือยัง

 

เคยมีญาติโยมมาถามหลวงปู่อยู่บ่อยๆว่า….. พ่อของโยมตายไป 1 อาทิตย์แล้วไปเกิดหรือยัง? คิดดูสิ!…แสดงว่าไม่รู้นะ แล้วไปคำนวนได้ยังไง ว่าพ่อตัวเองจะมาเกิด คนอะไรถึงจะไปเกิดง่ายได้ขนาดนั้น ที่เกิดนะมันไปเกิดในภพอื่น เกิดได้อยู่ในภพอื่น ในภพวิญญาน ในภพวิญญานนะ ถ้าทำความชั่วก็ไปเกิดในนรก ! ถ้าทำความดีก็ไปเกิดบนสวรรค์ บนนี้นะเกิดได้ ! แต่คำถามนี้… เหมือนกับว่าไปเกิดเป็นมนุษย์แล้วหรือยัง ? โอ้ย!! มันจะไปเกิดได้ยังไง 7 วัน ” คิดดูสิคนไหนนะ…แต่งงานไปแล้วจนกว่าที่จะได้ลูกนี้ ” ท้องกี่วันถึงคลอดลูก? เราก็ลองๆคิดดูสิ มันต้อง 9 เดือนถึง 10 เดือนหรือ 8 เดือนเต็มอย่างนี้ บางคนก็เป็นอย่างนั้นถึงคลอด ไม่ใช่ว่า 7 วันจะไปเกิดแล้ว มันไม่ใช่!! เอ่อ แล้วก็ถามสุ่ม 4 สุ่ม 5 ไป เราก็เลยพูดไป

: เอ่อ…เกิดแล้ว เราก็พูดไป (หลวงปู่ก็บอกไป เกิดแล้วไปเกิดแล้ว) โยม : ไปเกิดที่ไหน?? หลวงปู่ : คนไหนทำดีเราก็บอกโน้นแหละไปสวรรค์ คนไหนทำบาปก็โน้นแหละในนรก บาปไม่มากก็ไปเป็นสัมภเวสีอยู่โน้น (แต่ถ้าพูดอย่างนั้นลูกก็หน้าจ๋อยไปเด้) โยม : ทำไงพ่อหนูถึงจะพ้นจากความทุกข์? หลวงปู่ : เอ่อทำบุญให้ !!…(เราก็บอกไป) โยม : จะถึงหรือเปล่า?? หลวงปู่ : อันนั้นถึงไม่ถึงมันเป็นเรื่องหนึ่งนะ การที่จะทำบุญให้ไปถึงผู้ที่ตายไป ไม่ใช่ว่ามันจะได้ทันทีนะ พระพุทธเจ้าได้แสดงเอาไว้ว่าการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ ผู้ที่ละจากโลกนี้ไปแล้ว บุคคลคนๆนั้นเมื่อไปตกอยู่ในนรกอเวจี

แล้วมีคนจะไปส่งเสบียงได้ไหม มันอยู่ในกลางทะเลโน้น… น้ำเหล็กแดงอยู่โน้น!! ใครละจะเอาไปส่งได้ มันก็เอาไปส่งไม่ได้!! แล้วผลบุญนั้นไปอยู่ที่ไหน ก็ไปอยู่กับคนที่ทำนั้นแหละ อานิสงส์ก็จะเกิดกับคนที่ทำนี้แหละ ลูกหลานที่ทำก็ยังได้มารับบุญรับกุศลอยู่นี้ เป็นการสั่งสมบุญกุศลแต่บุญกุศลที่สั่งสมอยู่นี้ เมื่อผู้ที่ เป็นบิดามารดาหลุดพ้นจากเมืองนรกมาเมื่อไหร่ ก็ยังมีส่วนแบ่งอยู่นี้มันเป็นภาษาจิตที่แบ่งอยู่ตลอดเวลา พอพ้นจากนั้นขึ้นมาก็จะได้รับส่วนบุญส่วนกุศล เมื่อได้รับส่วนบุญส่วนกุศลแล้วทำยังไงถึงจะได้ไปเกิด ก่อนที่จะได้ไปเกิดนี่ต้องเกิดความสำนึก ความสำนึกรับบาปของตัวเอง รับสารภาพว่าตนเองได้ทำความชั่วเอาไว้จะไม่ทำอีก ถ้าทำแล้วก็เป็นบาปอยู่อย่างนี้มันก็ทรมานอยู่อย่างนี้ สำหรับผู้ที่เขาไม่ได้ทำบาป

เขาตายไปแล้วนี่เขาไปอยู่บนสวรรค์ เป็นเทพเทวดาเสวยทิพย์สมบัติ นั่นคือเขาได้ทำบุญ เราอยากจะเป็นเหมือนอย่างเขา เมื่อเราอยากเป็นเหมือนเขาแล้วเราจะทำยังไง ขอให้ข้าพเจ้าได้เกิดเป็นมนุษย์เมื่อเกิดขึ้นเป็นมนุษย์แล้ว เราจะไปทำบุญทำทาน รักษาศีล เจริญเมตตา ภาวนาเหมือนเขาคนนั้นอย่างนี้ เมื่อมีจิตศรัทธาความเลื่อมใสอย่างนี้ บาปก็จะบรรเทาเบาบางลงไปเรื่อยๆ ตามกระแสจิตที่สะสมไปเรื่อยๆทุกวันๆ ผลสุดท้ายก็หลุดพ้นจากกรรมเมื่อพ้นจากกรรม ก็จะไปเกิดในสวรรค์เลยก็ได้ หรือจะเสวยหาที่เกิดมาเป็นมนุษย์อีก เมื่อเกิดเป็นมนุษย์อีกแล้วก็ตามความสำนึกของตนเอง

บางคนก็สมปรารถนาที่ได้สมปรารถนามาเป็นระยะนาน ตั้งแต่ได้สติมาอาจจะเป็นร้อยปีอย่างนี้ ถึงจะได้มาเกิดอย่างนี้การสั่งสม อนุโมทนาบุญตามบุญที่เห็นคนอื่นได้ทำบุญ อย่างที่เห็นเราเขาก็อนุโมทนาบุญด้วย สาธุ เวลาเราทำบุญเขาก็จะสาธุด้วยอยู่เรื่อยๆ ขออนุโมทนาด้วย ถ้าข้าพเจ้าได้มาเกิดข้าพเจ้าก็จะมาทำเหมือนอย่างพวกท่านนี้แหละ อย่างนี้ทุกครั้งไป บางทีจะได้มาเกิดเป็นมนุษย์โดยง่าย เมื่อมาเกิดแล้วจิดก็เป็นบุญเป็นกุศล มีศีลมีธรรมอยู่ในใจ เห็นสัตว์ตัวเล็กๆน้อยๆก็เกิดเมตตาสงสารแสดงว่ามีศีลข้อที่ 1 แล้ว แล้วก็ไม่ขโมยของคนอื่น ไม่ไปล่วงละเมินในสิทธิ์ของบุคคลคนๆอื่น ซึ่งเป็นสามีภรรยาของคนอื่น หรือไม่ไปโกหกพกลมไม่กินเหล้าเมายา ติดยาเสพติดให้โทษอย่างนี้ เป็นอุปนิสัยเกิดขึ้นมาเองเลย ไม่มีใครไปแนะนำสั่งสอนสิ่งเหล่านี้ มันจะเกิดขึ้นอย่างนี้จากที่เคยเป็นสัตว์นรก จากที่เป็นสัมภเวสี จากที่เคยเป็นเปรตก็มาเป็นมนุษย์ เมื่อเป็นมนุษย์ตายไปก็จะไปเป็นเทพเทวดาเป็นท้าวสักกะเทวราช นี้มันเป็นอย่างนี้ นี้คือบุญกุศลสามารถมี่จะข้ามขั้นได้โดยง่าย

พระธรรมเทศนา

หลวงปู่ไม อินทสิริ วัดป่าเขาภูหลวง

อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

ถอดเทป/เรียบเรียง : นรินทร์ ศรีสุทธิ์