ภาพพ่อแม่ครูอาจารย์ สายวัดป่า

สติเป็นของสำคัญในการงานทั้งหลาย ย่นเข้ามาก็คือความเพียร การประกอบความเพียรถือสติเป็นสำคัญ อย่าเห็นอะไรยิ่งกว่าสติไป ถ้าสติดีแล้วกิเลสไม่เกิด สติเผลอกิเลสจะเกิด กิเลสเกิดจากสังขารคือความคิดปรุง ท่านแสดงไว้ว่า อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา แล้วก็ สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ เรื่อยๆ ความจริงถ้าขึ้นจริงๆ แล้วก็คือว่า อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา,  อวิชฺชาปจฺจยา วิญฺญาณํ, อวิชฺชาปจฺจยา นามรูปํ ย้ำอยู่ตรงนี้ๆ ละหลักใหญ่

แต่ท่านพูดต่อแขนงไปตามเรื่องราวของกิเลสที่มันไขว่คว้าไป ท่านก็พูดอย่างนั้น หลักใหญ่จริงๆ ก็คือ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สังขารจะเกิดขึ้นจากอวิชชาแหล่งใหญ่แห่งกิเลสทั้งหลาย ต่อจากนั้นก็สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํวิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ เกิดขึ้นนี่แล้วเกิดขึ้นนี่ สังขาร วิญญาณ นามรูป อะไรเกิดขึ้นจากจิตๆ ที่เผลอสตินี้ทั้งนั้น แต่ท่านพูดต่อเนื่องกันไป ถ้าย่นเข้ามาแล้วขึ้น อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา, อวิชฺชาปจฺจยา วิญฺญาณํ, อวิชฺชาปจฺจยา นามรูปํ ย้ำอยู่ตรงนี้ละ เกิดที่จุดเดียว

ผู้ประกอบความเพียรอย่าประมาท อยู่ที่ไหนให้มีสติ คบค้าสมาคมกับเพื่อนกับฝูงซึ่งอยู่ด้วยกันด้วยความจำเป็นก็ให้มีสติติดแนบอยู่กับตัว อย่าได้พลั้งเผลอไปไหน สตินี้เป็นอาวุธที่จำเป็นมากสำหรับความเพียรของพระ ผู้จะชำระกิเลสให้พ้นภัยไปจากใจ ไม่มีอะไรเหลือภายในใจจนกระทั่งถึงวิมุตติพระนิพพาน ไม่เหนือจากสตินี้ไปได้เลย จึงพากันประกอบความพากเพียรให้มีสติ เดินจงกรม นั่งอยู่เฉยๆ หรือจะยืน เดิน นั่ง นอนให้มีสติประจำตน สติคือความระลึกรู้ตัวอยู่เสมอภายในตัวเอง ท่านเรียกว่าสติ ระลึกรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่จะมาทำให้ผลประโยชน์ของเราที่จะเกิดขึ้นให้เสียไปก็ไม่เกิด ถ้าลงสติได้ครอบครองอยู่แล้วดีทั้งนั้น

เพราะฉะนั้น เดินจงกรมก็ให้มีสติ นั่งอยู่ก็ให้มีสติ ยืนก็ให้มีสติ นอนก็ให้มีสติ เว้นแต่หลับเท่านั้น อิริยาบถทั้งสี่สติต้องเป็นผู้ควบคุมจิตใจ ซึ่งเป็นนักโทษจากกิเลสทั้งหลายตลอดเวลา ถ้าไม่ควบคุมไม่ได้ ผู้ประกอบความพากเพียรสติต้องเป็นอันดับหนึ่งๆ ตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นเราจะไม่เห็นความเคลื่อนไหวของกิเลสว่าเคลื่อนไหวไปไหน มีแต่เคลื่อนไหวทับหัวใจเราเท่านั้น ที่จะเคลื่อนไหวขยายตัวออกไปเพราะสู้สติไม่ได้นี้ไม่มี ลงสติได้ตั้งตรงไหนแล้วสังขารที่เป็นอวิชชา อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สังขารนี้ละกิเลสตัวสำคัญออกมาจากอวิชชา มันจะเกิดทันทีๆ สังขารตัวนี้เป็นภัย สังขารตัวนี้เป็นสมุทัย สังขารตัวนี้เป็นกิเลสตัณหาโดยแท้ สติเป็นมรรคโดยแท้แก้กิเลสได้โดยสิ้นเชิง ให้นำมาใช้ อย่าได้ปล่อยตัว

สตินี้เป็นของสำคัญมากทีเดียว ผู้ประกอบความพากเพียรในครั้งพุทธกาลเป็นอย่างไร ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นปัจจุบันคงเส้นคงวาหนาแน่น ในการประกอบความเพียรซึ่งเป็นการสร้างเหตุหนึ่ง แล้วผลปรากฏขึ้นเป็นลำดับๆ จากการปฏิบัติหนึ่ง ไม่มีคำว่าครึว่าล้าสมัย ขอให้ประกอบความเพียรเถิด ธรรมพระพุทธเจ้าเป็นสวากขาตธรรมตรัสไว้ชอบเรียบร้อยแล้ว ไม่มีที่จะแก้ไขดัดแปลงให้เป็นอย่างอื่นอย่างใดได้ไม่มี เพราะเป็นความชอบธรรมถูกต้องดีทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าพูดถึงว่าธรรมะก็ไม่ว่าธรรมะขั้นใดภูมิใด เป็นสวากขาตธรรมตรัสไว้ชอบแล้วทุกขั้นทุกภูมิ ตั้งแต่พื้นๆ จนกระทั่งถึงพระนิพพาน เป็นการสอนไว้แล้วโดยถูกต้อง ไม่มีผิดมีเพี้ยนไปไหนเลย ผู้ปฏิบัติจงให้ยึดหลักธรรมที่ท่านสอนไว้ทุกขั้นทุกภูมิ เข้ามาสู่กำลังใจ มาสู่ภูมิใจของตน ตั้งไว้ให้ดีกับธรรมขั้นนั้นๆ ด้วยสติสตัง

การประกอบความเพียรถ้ามีสติแล้วกิเลสจะยุบยอบไปๆ ถ้าไม่มีสติทำความเพียรจนกระทั่งวันตายก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร สติตั้งให้ดี

ภาพหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
วัดป่าบ้านตาด